วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โรงเรียน งานที่ไม่มีวันจบสิ้น

ผมได้มีโอกาสได้พบท่านผู้บริหารท่านหนึ่ง โรงเรียนของท่านสมบูรณ์แบบทุกอย่าง
มีตึก มีอาคารสามชั้น สี่ชั้น มีรถโรงเรียนหลายคัน แต่ท่านผู้บริหารท่านนั้นก็ยังขอ
รถยนต์ ขออาคารต่าง ๆ จากหน่วยงานเอกชน ซึ่งเมื่อท่านขอ ท่านก็ได้รับมาตลอด
ผมถามท่านว่า งานของเรานี่มีวันจบสิ้นไหม ท่านที่อยู่ในโรงเรียนสมบูรณ์แบบนั้น
ตอบผมว่า งานของเราไม่มีวันจบสิ้น ต้องพัฒนากันต่อไป เมื่อผมกลับมาคิดมันก็
จริงสำหรับท่านว่าจริง ๆ แม้โรงเรียนเราจะพึ่งเริ่มต้นที่ต้องการ(ตัณหา) ให้โรงเรียน
ของเราออกมาดี เป็นที่พึ่งของนักเรียนและผู้ปกครอง แต่โรงเรียนของเราอยู่ไกล
เสียจริง เมื่อขึ้นไปโรงเีรียนของเราก็เป็นโรงเรียนที่พึ่งพาตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่
ตั้งแต่อาคารเกือบทั้งหมดก็ขอจากผู้มีอุปการะคุณ และก็ทำกันเรื่อยมา งานของเรา
หมุนคุณภาพไม่ทันโรงเรียนข้างล่าง ก็เพราะงบประมาณและคนที่ไม่เพียงพอ แม้
วันนี้เราพอจะได้รับความช่วยเหลือบ้าง ก็กราบขอบพระคุณที่เห็นใจโรงเรียนชายขอบ
เช่นนี้ ที่ยิ่งกว่านั้นกราบขอบพระคุณ หน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดค่ายบ้าง นำของบริจาค
มามอบให้ ซึ่งเป็นการปรับปรุงคุณภาพ และเราก็ทำในสิ่งที่ทุกคนบริจาคให้เห็นจริง
ว่าเราทำกันจริงจัง ตามศักยภาพที่เรามี แล้วกลับไปทีคำถามว่าแล้วงานเราที่จะทำ
นี้มีวันจบสิ้นไหม ผมก็คงตอบว่าคงไม่มีวันหมดสิ้น ผมถามตนเองว่าอนาคตผมอยู่
ตรงไหน แล้วผมจะไปในที่ใด ผมคิดไว้ว่าผมถึงจุดสูงสุดที่พึงมีสำหรับผู้บริหาร
สถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นลาภยศ แต่การได้ลาภได้ยศและความก้าวหน้านั้น โรงเรียน
และชุมชนได้อะไร แล้วผมก็หายใจเฮือก วันนี้โรงเรียนของเรา ครูยังอยู่กันอย่างแออัด
ในบ้านพักนักเรียน ไฟก็ยังไม่ได้รับการติดตั้ง น้ำก็พึ่งพอแก้ไขได้บ้างจากของบริจาค
อาคารเรียนวิทยาศาสตร์ก็ยังเป็นโครงยังไม่เสร็จ แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่พยายามสร้าง
ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ที่สำคัญที่สุด คือ อาคารสำนักงานที่เก็บข้อมูลและนำเสนอข้อมูล
สารสนเทศ และที่ทำงานของครูก็ยังแออัดยัดเยียด สนามกีฬาก็ยังไม่สามารถทำให้
นักเรียนได้เรียนรู้กีฬาได้เต็มศักยภาพ ถามว่าวันนี้แม้จะพอเห็นทางบ้าง แต่ก็สรุปได้ว่า
งานหมุนคุณภาพนั้น เรามีความคิดความอ่าน แต่สำคัญที่สุดก็คืองบประมาณที่จะ
หล่อลื่นกงล้อคุณภาพนั้น ผมไม่ต้องการดัง หรือ เป็นที่รู้จัก ต้องการให้โรงเรียน
นักเีรียน ครูผู้สอน เป็นที่รู้จักมากกว่า ขออยู่ข้างหลังเงียบ ๆ และขอให้งานตามแผน
ดำเนินการไปตามวิถี โดยทุกคนไม่รู้สึกว่า ผู้บริหารสำคัญที่สุด ความสำคัญตกไปอยู่
กับทุกคนที่รักที่จะให้กับนักเรียนและชุมชน โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ เท่านั้นก็พอแล้ว

สำหรับคืนนี้ผมฝันดีมาก ฝันว่าภรรยาได้ย้ายลงมาจากดอยที่อยู่กันมาหลายปีแล้ว
ในฝันนั้นแปลกมากที่ฝ่าฟันเส้นสายและข้อกีดกันทางด้านวิชาเอก ได้ย้ายลงมาอย่างเหลือเืชื่อ
ได้เห็นรอยยิ้มของภรรยามีความสุขที่ได้ดูแลลูกทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด ในฝันผมก็เห็นเป็นโอกาสดี
ที่จะได้อุทิศเวลาให้กับโรงเรียนได้เต็มร้อย แต่ก็ต้องตกใจตื่นเสียก่อนแต่ไม่เป็นไร
ฝันก็คือฝัน แม้ฝันมันก็เป็นสุขแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น: